ต้องอบยากี่รอบถึงจะหาย
ต้องบอกตามตรงว่า
การที่จะให้ระบุเป็นที่แน่นอนว่า ผู้ป่วยต้องอบยากี่รอบถึงจะหายนั้น ไม่สามารถตอบได้ครับ
ผู้ป่วยต้องคอยสังเกตและดูความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง เพราะ
มีหลายเหตุปัจจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาในการรักษา เช่น
ระยะเวลาที่ป่วยเรื้อรัง ความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงิน ความมีวินัยของผู้ป่วย
การดูแลตัวเองในระหว่างการรักษา ยกตัวอย่างจากกรณีของน้องผมเอง
ครั้งแรกที่จะทำการรักษาก็ได้ให้หลวงพ่อดูอาการก่อน ซึ่งผมเองในขณะนั้นก็ถือได้ว่าอาการของโรคค่อนข้างรุนแรง
ร่างกายท่อนบนประมาณ 70 % คือแผลสะเก็ดเงิน
แต่แปลกที่ท่อนล่างผมไม่มีการแสดงอาการของโรคเลย หลังจากที่หลวงพ่อได้ดูท่านบอกผมว่าอบยาสัก
4 รอบก็หายแล้ว (ต้องใช้ยา 36 เม็ด) แต่เมื่อได้ทำการรักษาจริงๆ น้องผมใช้ยาไป 18
เม็ด รวมเวลาที่ต้องอบยาสมุนไพรอยู่ที่ 32 วัน หลังจากนั้น ก็แค่งดของแสลงต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน โดยที่ไม่ได้อบยาอีกเลย
การปฏิบัติตัวก็ไม่มีอะไรที่พิเศษไปกว่าที่ได้เขียนไว้เลยแม้แต่น้อย
ก็แค่ตั้งใจรักษาอย่างจริงจังเท่านั้นเองครับ
เราจะสามารถหยุดอบยาได้ตอนไหน
วิธีสังเกตนะครับ
1.
ผิวหนังที่เคยนูนเป็นปื้นๆ....เรียบเหมือนผิวหนังปกติ
2.
บริเวณรอยแผลซึ่งจากที่เคยเป็นสีแดงๆ....จะกลายเป็นรอยสีคล้ำๆ เหมือนปาน
ซึ่งรอยคล้ำๆเหล่านี้จะค่อยๆจางลงเรื่อยๆ
3.
ไม่มีสะเก็ดขึ้นมาอีก (ตัวสะเก็ดนี้ เมื่อผู้ป่วยรักษาไปสักระยะ แผ่นสะเก็ดที่หลุดลอกออกมา
จะค่อยๆ บางลงเรื่อยๆ จนแค่เพียงผู้ป่วยใช้มือปัดๆ ก็ร่วงลงมาหมดแล้วครับ)
4.
ไม่มีอาการคัน
ถ้าลักษณะของผู้ป่วยเป็นไปตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ผู้ป่วยก็ไม่ต้องอบยาแล้วครับ แต่ถ้าลักษณะดังที่กล่าวมานี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ป่วยยังทำการอบยาอยู่
ให้ผู้ป่วยอบยาต่อไปจนครบรอบนะครับ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นรอบสุดท้ายนั่นแหละครับ
ซึ่งหลังจากที่ผู้ป่วยไม่ต้องอบยาแล้ว สิ่งที่ผู้ป่วยยังต้องทำอยู่ก็คือ
ผู้ป่วยต้องงดบริโภคของแสลงต่อเนื่องไปอีก 6 เดือนนะครับ
หลังจากนั้นก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วละครับ
ทำไมหลังจากอบยาแล้วเหมือนเป็นผื่นแดงๆ
ลักษณะเช่นนี้สามารถพบได้
ซึ่งบางรายก็เป็น บางรายก็ไม่เป็นครับ
อาการเหล่านี้หากเกิดขึ้นขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในช่วงที่ต้องอบยาถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ
เนื่องมาจากพิษที่อยู่ในร่างกายนั้นถูกขับออกมา ถ้าภาษาบ้านผมเค้าเรียกว่า "ส่าไข้" ให้ผู้ป่วยอบยาตามขั้นตอนต่อไปเรื่อยๆ
ผื่นแดงเหล่านี้จะค่อยๆยุบและหายไปเอง ซึ่งอาการแบบนี้จะพบได้บ่อย
ในผู้ป่วยที่เพิ่งทำการอบยารอบแรกครับ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจ ปัสสาวะบ่อยขึ้น เวลาถ่ายอุจจาระในตอนเช้าอาจมีปริมาณที่มากขึ้นและมีสีดำ
แต่ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้ป่วยหยุดพัก 10 วัน (หยุดพักระหว่างรอบ)
แสดงว่านั่นคือการกำเริบของโรค ซึ่งมีเพียงสาเหตุเดียว คือ
ผู้ป่วยได้เผลอไปบริโภคของแสลงครับ ให้สังเกตรูปภาพประกอบนะครับ ลักษณะผื่นแดง ที่กล่าวถึง คือ ผื่นแดง ตามรูปที่ 2 เมื่อผู้ป่วยอบยาต่อไปเรื่อยๆ ผื่นเหล่านี้ จะค่อยๆหายไปเอง ตามรูปที่ 3 ครับ