ผมได้รับการติดต่อจากผู้ป่วยหลายท่าน ที่มาพร้อมกับคำถามที่ว่า "เพิ่งเริ่มเป็นได้ไม่นาน บาดแผลมีแค่ไม่กีแห่ง" ต้องทำยังไง จะต้องอบยามั้ย???
คำตอบที่ทุกท่านจะได้รับคือ "ยังไม่ต้องอบครับ" เพราะ เริ่มแรกที่ผู้ป่วยเริ่มพบความผิดปกติบริเวณผิวหนัง สิ่งแรกที่ทำคือ ไปหาหมอ ผู้ป่วยก็ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งนั่นแหละครับ......แต่ นอกจากการใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง สิ่งที่ผู้ป่วยควรทำควบคู่กันไปด้วยคือ การดูแลสุขภาพครับ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต เริ่มต้นจากสุขภาพกายก่อน หันมาควบคุมตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหารครับ งดการรับประทานของแสลงทุกชนิด ดื่มน้ำเปล่า ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ในแต่ละมื้ออาหารขอให้มีผักเป็นส่วนประกอบ มื้อเย็นลองเปลี่ยนมาทานสลัดผัก ทำแบบนี้ไปสักพักเราก็จะเริ่มเคยชินและเรื่องการควบคุมอาหารก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับท่านอีกต่อไป นอกจากการควบคุมอาหารแล้ว เรื่องการพักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ในส่วนของสุขภาพจิต อย่าไปเครียดกับมันครับ มันมาเองได้ เดี๋ยวมันก็ไปเอง อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง หรือกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ทำแล้วมันเป็นการผ่อนคลาย ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมานั่งคิดถึงมัน การสวดมนต์ก่อนนอนการฝึกสมาธิก็ช่วยได้เยอะนะครับ ดังคำกล่าวที่ว่า "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" ศาสนาอื่นก็สามารถทำได้ สวดมนต์หรืออ้อนวอน ตามความเชื่อตามศาสนาที่ท่านนับถือ หรือไม่ก็แค่ "ลืมๆมันไปซะ" อย่าให้โรคสะเก็ดเงินมารบกวนจิตใจของท่าน ก็แค่เท่านี้เองครับ
อย่าเพิ่งคิดว่า สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ ลองอ่านเรื่องราวของ "อดีตผู้ป่วย" ท่านนึงก่อนนะครับ
ผมมีโอกาสได้รู้จักผู้ป่วยท่านนึง เธอพบการผิดปกติบริเวณหลังใบหู ลักษณะเป็นวงแดงๆ ขนาดเท่าเหรียญสลึง จนเวลาผ่านไป รอยแผลเริ่มขยายใหญ่ขึ้น เธอตัดสินใจไปหาหมอ และพบว่า ตัวเองเป็นโรคสะเก็ดเงิน จากนั้นเธอเริ่มหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมได้รู้จักเธอ ผมแนะนำเธอให้ปฏิบัติตามวิธีที่ผมได้เขียนไว้แล้วข้างต้น.....โดยเราตกลงกันว่า ผมจะติดตามความคืบหน้าเรื่องอาการของเธอ ทุกสัปดาห์ เรื่องราวของเธอจะเป็นยังไงบ้าง ไปดูกันครับ

ผ่า่นไป 1 สัปดาห์ ที่เธอเริ่มควบคุมอาหารอย่างจริงจัง เริ่มปรับเวลาการนอนให้นอนเร็วขึ้น พักผ่อนให้มากขึ้น หันมาทานอาหารชีวจิต และงดทานของแสลง
สัปดาห์ที่ 2 ครับ บริเวณแผลเริ่มแห้ง มีขุยบางๆ บริเวณปากแผล การเปลี่ยนแปลงอาจจะยังไม่ชัดเจนครับ ต้องอดทนครับ
ทำต่อไป อย่าท้อ การใช้ชีวิตของเธอในแต่ละวันเริ่มเข้าที่เข้าทาง เธอเริ่มเคยชินกับอาหารที่รับประทาน เวลานอนที่เคยต้องปรับมานอนให้เร็วขึ้น ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาแล้วครับ มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธอไปแล้ว
สัปดาห์ที่ 3 อาการอักเสบ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดวงของแผลเริ่มแคบลง เธอทายาที่ได้รับมาจากคุนหมอเพียงวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอนเท่านั้น และนอกจากเรื่องการพักผ่อนและอาหารการกิน อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ สุขภาพจิตเธอดีมาก เธอไม่เคยรู้สึกว่าเธอป่วย ผมก็เช่นกัน ทุกครั้งที่ได้พูดคุย เธอจะมีน้ำเสียงที่ดูสดใสครับ เธอเป็นคนหัวเราะง่าย ไม่มีสักครั้งที่ผมรู้สึกว่า เธอกังวล หรือเครียดกับมัน เธอบอกว่า ระหว่างวันที่เธอทำงาน เธอลืมมันไปเลย มาคิดถึงอีกที ก็ก่อนนอน เพราะต้องทายา
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ (นี่แหละครับ ตัวเธอ พูดไปก็หัวเราะไป)
^_____^"
สัปดาห์ที่ 4 บริเวณแผลไม่มีขุยแล้วครับ มีแค่บริเวณใบหนูนิดหน่อย กำลังใจเธอดีเยี่ยมครับ ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี อาการอักเสบลดลงมากแล้ว ใกล้หายเต็มทีแล้วครับ
สัปดาห์ที่ 5 ครับ.......รูปนี้คงตอบทุกคำถามได้เป็นอย่างดี
เพราะคุนเห็นในสิ่งเดียวกับที่ผมเห็นนั่นแหละครับ ส่วนเรื่องอาหารการกินเธอก็ยังคงทานแบบเดิมอยู่ เพราะมันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอไปแล้ว เธอไม่ได้รู้สึกว่าเธอต้องฝืน หรือ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่แตกต่างจากคนอื่น คนที่ทานแบบเธอก็มีถมเถไป แถมร่างกายยังแข็งแรงอีกต่างหาก
สุดท้าย...!! ขอฝากภาพนี้ไว้เป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นทุกท่านนะครับ เธอไม่ได้อบยาสักเม็ด ยาที่ใช้มีแค่ยาทา กับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้แข็งแรง แค่นั้นเอง
สิ่งที่เธอทำ มันไม่ได้ยากเกินกว่าที่คุนจะทำได้หรอกครับ
"เธอทำได้...คุณก็ทำได้"




